โครงการ “ทฤษฎีใหม่ห้วยใหญ่วังแขม

โครงการ “ทฤษฎีใหม่ห้วยใหญ่วังแขม” 
ที่มาโครงการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่วังแขมจังหวัดลพบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการที่ รล ๐๐๐๕/๕๑๐๒ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ทรงมีพระราชดำริว่าเป็นโครงการที่น่าสนับสนุนแต่มีข้อตกลงว่า
๑. ผู้ที่บุกรุกในเขตโครงการ จะไม่ได้รับการชดเชยหรือเอกชนจะให้การชดเชยไม่ใช่เงินงบประมาณแผ่นดิน ๒. ระบบต้องใช้ระบบของฝายก่อน ๓. ในพื้นที่ทำประโยชน์จะต้องส่งเสริมระบบทฤษฎีใหม่
๔. ในอนาคตจะต้องขยายพื้นที่รับประโยชน์


สถานที่ตั้ง

อ.สระโบสถ์ จังหวัด ลพบุรี


ปีที่เริ่มดำเนินการ 

พุทธศักราช ๒๕๔๕


การดำเนินงานโครงการ

ดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมระบบทฤษฎีใหม่กรม
ชลประทาน เพื่อขุดสระเก็บน้ำตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่
ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจำนวนทั้งสิ้น ๖๐ ราย
แบ่งเป็น ๒ รุ่น ๆ ละ ๓๐ ราย โดยทั้ง ๒ กลุ่มได้รับการ
ส่งเสริมแนวทางการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ มี
ระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่วังแขมเพื่อเติมน้ำให้แก่
สระน้ำประจำไร่นาของเกษตรกร
๑. การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่วังแขม ทำให้ราษฎรในเขต
พื้นที่ตำบลสระโบสถ์ตำบลมหาโพธิ์ และตำบลนิยมชัย
ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ ได้มีแหล่งน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภค-
บริโภค และทำเกษตรกรรม
๒. ปัจจุบันราษฎรได้ใช้น้ำจากการปล่อยน้ำของอ่างห้วยใหญ่
วังแขมผ่านฝายวังแขม และแนวคลองธรรมชาติ
๓. ส่งเสริมระบบทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ทำประโยชน์ ปัจจุบันมี
ราษฎรในเขตพื้นที่โครงการฯ เป็นต้นแบบ ให้กับเกษตรกรราย
อื่นๆ
๔. ในอนาคตต้องขยายพื้นที่รับประโยชน์ การก่อสร้างระบบส่ง
น้ำเป็นคลองดาดคอนกรีตฝั่งซ้าย-ขวา รวมความยาว ๒๗.๑
กิโลเมตร ซึ่งจะสามารถขยายพื้นที่รับประโยชน์ได้มากขึ้น
ประมาณ ๒๓,๗๐๐ ไร่


ประโยชน์จากโครงการ

๑. ผลต่อการประกอบอาชีพ
จากการดำเนินงานโครงการฯ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ
ประชาชนในระดับครัวเรือนโดยตรง พร้อมทั้งปัจจัยการผลิต
เพื่อส่งเสริมอาชีพการทำเกษตรกรรมตามแนวทฤษฎีใหม่
๒. ผลทางเศรษฐกิจ  
ประชาชนในเขตพื้นที่โครงการฯ ส่วนใหญ่มีรายได้หลักจาก
การทำนา และทำไร่ ซึ่งมีรายได้สุทธิจากการเพาะปลูกเฉลี่ย
๙๑,๘๕๐ บาท/ครัวเรือน
๓) ผลทางสังคม
ประชาชนในเขตพื้นที่โครงการฯ มีการรวมกลุ่มทางสังคมเพื่อ
ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเป็นกลุ่มออมทรัพย์มากที่สุด
นอกจากนั้นเป็น กลุ่มสตรี กรรมการหมู่บ้านฯลฯ ส่วนกลุ่มทาง
อาชีพนั้น ได้แก่ กลุ่มทำนา กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสหกรณ์
การเกษตร อย่างไรก็ตามสำหรับการลงแขกใช้แรงกันในการทำ
นา ทำไร่ ในหมู่บ้านก็ยังคงมีเหลืออยู่แม้ว่าปัจจุบันจะมีการ
ว่าจ้างแรงงานกันเป็นส่วนใหญ่ โดยชาวบ้านจะเรียกว่าการเอา
แรงซึ่งเป็นผลสะท้อนได้ถึงประชาชนในหมู่บ้าน ยังมีความรัก
ความสามัคคีกันอีกมาก

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โครงการ “หน่วยแพทย์พระราชทาน”

โครงการ “มูลนิธิโครงการหลวง อ.เมืองเชียงใหม่”